“ครู” ในศตวรรษที่ 21 จุดเปลี่ยนการศึกษาข้ามพรมแดน

1779691_674932152550318_1357547070_n

ในโลกแห่งการขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลสำคัญต่อการผลักดันทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถสร้างขีดความ สามารถและศักยภาพตั้งแต่วัยเด็กคือ “ครู” ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะที่สำคัญ

          ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความรู้ และต่อยอดจนนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาให้ก้าวหน้าและยั่งยืน บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด จึงได้จัดงาน “เวิลด์ไดแด็ค เอเชีย 2013” โดยเปิดโอกาสให้ครู, อาจารย์, ผู้บริหารการศึกษา, นักวิชาการ และผู้ที่อยู่ในวงการการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในวงเสวนาต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานการศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

          โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคศตวรรษที่ 21 ที่ก้าวผ่านมาประชิดตัวมากขึ้น บทบาทของ “ครู” จึงต้องปรับเปลี่ยนกลไกทางการศึกษาให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประกอบกับการสร้างฐานความรู้ใหม่เพื่อเดินหน้าสู่การเปิดกว้างทางการเรียน รู้ข้ามพรมแดน

          ตรงนี้ถือเป็นความท้าทายอีกประการหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเรื่องนี้ “ศ.ตัน อุน เซง”

          คณบดีคณะครุศาสตร์ สถาบันการศึกษาแห่งชาติสิงคโปร์ (NIE) ชี้แนวทางที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาครูให้ได้มาตรฐานทัดเทียมกับนานา ประเทศ ภายใต้การปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาข้ามพรมแดนของภูมิภาคอาเซียน : โอกาสและความท้าทายของประชาคมอาเซียน” ว่า

          “ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าการศึกษาเป็นเสมือนการลงทุนทางความรู้ในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพของประชากรในการเชื่อมโยงไปสู่การสร้างมูลค่า เพิ่มให้กับประเทศของตนเอง ฉะนั้นในฐานะครูผู้มีบทบาทสำคัญทางการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญต่อการมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ภายใต้บริบทที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน”

          โดยโจทย์ของครูอาเซียนในวันนี้คือ จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนมุ่งสู่คุณภาพแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างมีมาตรฐาน ซึ่งผมขอเสนอ 3 แนวทาง ประกอบด้วย

          “หนึ่ง การบูรณาการระหว่างครูในอาเซียน โดยผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดให้กับประเทศของตนเองอย่างมีมาตรฐานในระดับอาเซียน ซึ่งการร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยขจัดปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา ที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีมาตรฐาน ให้พร้อมสู่การปฏิรูปการศึกษาใหม่อย่างมีคุณภาพเทียบเท่าในระดับสากล”

          “เช่นเดียวกับการเตรียมครูให้มีคุณภาพ ซึ่งครูที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 จะต้องมีความสามารถในการเตรียมหลักสูตรที่ผสมผสานให้กับผู้เรียนในอาเซียน อย่างเหมะสม เพราะแน่นอนว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

          เมื่อเรามีประชากรทางการศึกษาที่หลากหลายทั้งวัฒนธรรม เชื้อชาติ และภาษา ฉะนั้นสิ่งนี้คือส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในอาเซียน”

          “สอง การลงทุนเพื่อการศึกษาในระดับประเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งครู, นักวิจัย, สถาบันการศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องจับมือร่วมกันสร้างแนวคิดในการกำหนดนโยบายและรูปแบบการเรียนการสอนที่ ผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและความต่างทางเชื้อชาติในสังคมให้ได้ผลสัมฤทธิ์ จนเกิดเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด ตรงนี้คือปัจจัยสำคัญเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติร่วมกันต่อไป”

          “สาม ครูจะต้องสวมบทบาทสำคัญในสถาบัน โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการใฝ่รู้ที่เน้นสมรรถนะและทักษะเพื่อเสริมสร้าง พื้นฐานทางการศึกษา ขณะเดียวกันครูจะต้องเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ

          ด้วยตนเอง โดยเฉพาะเรื่องการปรับเปลี่ยนหลักสูตรหรือบทเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ใหม่ ๆ ของผู้เรียนตลอดเวลา ทั้งหมดนี้คือการสร้างอัตลักษณ์เชิงบวกให้กับครูอย่างแท้จริง”

          เมื่อทั้ง 3 แนวทางประกอบเข้าด้วยกัน “ศ.ตัน อุน เซง” บอกว่า จะทำให้เราเห็นภาพใหม่ของ “ครู” ที่สามารถออกแบบการเรียนการสอนได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของผู้เรียน อย่างแท้จริง

          “จนทำให้ผู้เรียนมีกรอบแนวความคิดที่แตกต่างและกว้างขึ้น ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานทางความคิดเพื่อนำไปต่อยอดสู่การปฏิบัติ และสิ่งที่จะทำให้วิธีการนี้เกิดผล

          อย่างเป็นรูปธรรม เราจะต้องกำหนดตัวชี้วัดในการประเมินผลของผู้เรียนและครูไปพร้อม ๆ กัน เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพของหลักสูตรให้ดีขึ้นต่อไป”

          ทั้งหมดนี้คือมิติใหม่ของ “ครู” ในศตวรรษที่ 21 ที่ผู้เรียนทั้งอาเซียนวาดภาพฝันไว้

เรียนแบบโฮมสคูล ดึงศักยภาพเด็กมาใช้

1779691_674932152550318_1357547070_n

โรงเรียนโฮมสคูลแห่งแรกในเมืองไทย สอนเด็กที่ถูกกีดกันออกจากสังคม จนรู้สึกแปลกแยก

 

คณะนักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดค่ายสัมมนานักข่าวรุ่นเยาว์รักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยหนึ่งในกิจกรรมของค่ายสัมมนาครั้งนี้ คือ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม นำของไปบริจาคแก่เด็กด้อยโอกาส ณ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก หรือซัมเมอร์ฮิล (Summer Hill) ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนจำลองของเด็กด้อยโอกาสหรือเรียกอีกอย่างว่า “เด็กปฎิเสธระบบ” บรรยากาศขณะก้าวเท้าลงจากรถ เด็กตัวน้อย ๆ วิ่งเข้ามาหาพร้อมตั้งคำถามว่า “มาทำอะไรกัน” ใบหน้าที่ดูฉงนสงสัยเปื้อนรอยยิ้มดูมีความสุขที่มีคนมาเยี่ยมเยือน บริจาคสิ่งของและเลี้ยงอาหารกลางวัน

 “ซัมเมอร์ฮิล” เป็นรูปแบบการศึกษาทางเลือก เป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดระบบโฮมสคูล (Home School) ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กเป็นแห่งแรกในประเทศไทย คุณรัชนี ธงไชย หรือแม่แอ๊ว ครูใหญ่และผู้ก่อตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เล่าถึงความเป็นมาว่า “การศึกษาแบบโฮมสคูลเริ่มมาจากประเทศอังกฤษ เมื่อได้สัมผัสแล้วเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตและประสบการณ์แก่เด็กและเยาวชน เราจึงนำมาประยุกต์ใช้ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เด็กเจอสภาวะทุกข์ทำให้สังคมมองว่าเด็กมีปัญหา ทั้งที่จริงสังคมไม่เคยรู้เลยว่า เด็กเหล่านั้นต้องแบกรับความทุกข์อะไรบ้าง ปัญหาไม่ได้เกิดจากเด็ก แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมสังคมที่เด็กต้องเผชิญ เราจึงหาทางออกโดยการพยายามคุย เข้าใจ เพราะเป้าหมายของซัมเมอร์ฮิล คือ ต้องการให้เด็กมีความสุขอย่างแท้จริง ให้เรียนสิ่งที่อยากเรียนและถนัด เพื่อเพิ่มศักยภาพของตัวเด็กเอง”

เด็กด้อยโอกาส ดูเหมือนจะเป็นคำที่รุนแรงกับเด็กเหล่านี้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เพราะเด็กเหล่านี้ด้อยโอกาสตั้งแต่ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการ ด้านครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ และถูกสังคมตัดสิน อีกนิยามหนึ่งที่ดูจะรุนแรงน้อยกว่า คือ “เด็กปฎิเสธระบบ” นั่นคือ เด็กที่ไม่สามารถเรียนในระบบที่รัฐบาลกำหนดเพราะถูกกีดกันออกจากสังคมและรู้สึกแปลกแยก

ที่สำคัญโรงเรียนหมู่บ้านเด็กยังมี สภาโรงเรียน เป็นเวทีเปิดโอกาสทั้งครูและเด็กเข้ามาคุยกัน ถกเถียงเรื่องราวต่างๆตามแบบประชาธิปไตย คือ ทุกคนมีอำนาจเท่าเทียมกัน และยังยึดหลักปรัชญา 3H คือ ฝึกให้เด็กมี ความคิด (Head) การลงมือทำ (Hands) และทำด้วยใจ (Heart)

แม่แอ๊ว เล่าอีกว่า กระบวนการเรียนของหมู่บ้านเด็ก คือเรียนทั้งในบ้านและในห้องเรียน หน่วยของอาชีพ หน่วยของชุมชน เน้นการเรียนแบบองค์รวมของชีวิต การศึกษาเพื่อชีวิต การเรียนที่สำคัญคือความต้องการของเด็ก เราสอนแบบใช้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่เด็กๆ มีทั้งชุมชน บ้านหลาย ๆหลัง ห้องประชุมสภา โรงอาหาร สนามเด็กเล่น สนามกีฬา เพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านี้ทำกิจกรรมเป็นชุมชน

ภาพเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน บ้างปั่นจักรยาน บ้างนั่งอ่านหนังสือ บ้างทำกับข้าว บ้างคอยดูแลเด็กเล็ก เป็นภาพที่น่าประทับใจสร้างรอยยิ้มบนใบหน้า แทนที่รอยน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ เด็ก ๆ ดูมีความสุขเมื่อได้อยู่ในที่ๆที่มีแต่คนเข้าใจและรักในตัวของเขา ถึงแม้แต่ละคนจะเจอคนละปัญหา ไม่ว่าจะถูกเลี้ยงดูแบบผิด ๆ พ่อแม่ติดเหล้า ติดยาเสพติด ถูกพ่อแม่ข่มขืน ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด แหล่งเสื่อมโทรมของสังคม แต่เมื่ออยู่ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็กแห่งนี้ทำให้เด็กรู้สึกมีสังคมใหม่ที่พร้อมให้โอกาสเสมอ

“แม่เหนื่อยจังเลยลูกเอ๊ย!” คำพูดที่ออกจากปาก แม่ณี-อรุณีย์ บุญโย รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก บุคคลที่เด็กๆต่างรักและเชื่อฟัง นี่เป็นคำพูดเพียงประโยคเดียวสั้นๆ แต่ทำให้เด็กหลายคนสามารถเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม แม่ณีเล่าต่อว่า วิธีการพูดกับเด็กเหล่านี้ คือ เอาตัวเองก่อนอย่าพุ่งไปที่ตัวเด็ก เช่น แม่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกไม่สบายใจเลยที่เห็นหนูทำแบบนี้ วันนี้แม่เข้าบ้านแล้วรกมาก แม่รู้สึกเหนื่อย ช่วยแม่หน่อยได้ไหม เราจะไม่ใช้วิธีด่าว่า นั่นยิ่งทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีต่อตัวเรา เราต้องพยายามเข้าใจเขาและใช้คำพูดที่ทำให้เด็กรู้จักสำนึกคิด เห็นอกเห็นใจ และเข้าใจกัน เด็กก็จะเริ่มทำตัวอย่างไรไม่ให้แม่หนักใจ พยายามช่วยเหลือตัวเอง เริ่มจากงานในบ้าน งานในชุมชน และพฤติกรรมเขาก็ดีขึ้น

นายณัฐจักร วงศ์ยิ้ม รองประธานค่ายสัมมนานักข่าวรุ่นเยาว์รักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 13 สาขาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้อยู่ในครอบครัวที่ดี มีครบทั้งพ่อแม่พี่น้อง น้อง ๆ ในโรงเรียนหมู่บ้านเด็กทำให้เราเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากขึ้น แม้เราจะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเราแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะยังมีอีกหลายชีวิตที่ลำบากกว่าเรา น้องบางคนไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่ด้วยซ้ำ ก็รู้สึกเข้าใจมากขึ้นว่าโลกเราไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด การศึกษาแบบโฮมสคูล เป็นการดึงศักยภาพเฉพาะด้านของเด็กมาใช้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าเด็กเหล่านี้ไม่เก่งรอบด้าน โอกาสจะเข้าสู่ระบบปกตินั้นยาก ถึงเข้าไป ก็โอกาสน้อยมากที่จะทัดเทียมคนอื่นได้ เพราะพื้นฐานต่างกัน แต่ถ้านำเอาจุดเด่นของเด็กมาพัฒนาให้ดี ก็แน่นอนว่าสามารถอยู่รอดได้ เผลอ ๆ ทำได้ดีกว่าคนอื่นอีก

ตราบใดที่เด็กมีความเข้าใจว่า “ผู้ใหญ่รักเขา” นั่นคือ เราจะได้ความไว้ใจจากเขา แต่หากเมื่อไหร่ที่เราพยายามเข้าไปแทรกแซงความคิด ไปว่าไปด่า เด็กจะคิดว่า “ผู้ใหญ่ไม่รักเขา” และนั่นก็จะทำให้เด็กต่อต้านในที่สุด การใช้ชีวิตและการเรียนโฮมสคูลที่เน้นตัวเด็กเป็นหัวใจสำคัญ ก็เพื่อทำให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง และมีความสุขอย่างแท้จริง.

 

ดาราหญิงสุดฮอตแห่งปี 2556

20 ดาราหญิงแห่งปี 2556 จะมีใครกันบ้าง ต้องตามไปดูพร้อม ๆ กัน กับโผ 20 ดาราหญิงสุดฮอตแห่งปี 2556 รับรองว่าสวยเจิดทุกคน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กระปุกดอทคอม ได้เปิดโผ 20 ดาราชายสุดฮอตแห่งปี 2556 ให้เพื่อน ๆ ได้รับชมกันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของ 20 ดาราหญิงสุดฮอตแห่งปี 2556 กันบ้าง ซึ่งในปีนี้ ก็มีทั้งดารามากฝีมือรุ่นพี่ ที่กลับมาทวงบัลลังก์ความฮอต และดาราสาวรุ่นน้องที่แจ้งเกิดได้อย่างงดงาม จนมีแฟนคลับติดตามกันเพียบ แถมยังมีนางร้ายสุดแซบ ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้นางเอก เข้ามาเบียดชิงอันดับสาวฮอตในปีนี้กันด้วย ซึ่งจะมีสาวคนไหนติดโผ 20 ดาราหญิงแห่งปี 2556 กันบ้าง ต้องตามไปดูกันค่ะ

10 1 2 3 4 5 6 7 8 9

 นุ่น วรนุช

กลับมาทวงบัลลังก์นางเอกแถวหน้าของเมืองไทยได้อย่างงดงามเลยทีเดียว สำหรับสาว นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี เจ้าของบท ลำยอง 2556 ในละคร ทองเนื้อเก้า กับการพลิกบทบาทอย่างสุดขั้ว จากคุณนายสาวหน้าหวาน กลายเป็นสาวชาวบ้านขี้เมา ขี้เกียจ ติดการพนัน ทำตัวเสเพล จนคนเกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมือง เรียกได้ว่าสาวนุ่น วรนุช ลบคำสบประมาทในตอนแรก และสอบผ่านกับบทลำยองได้อย่างฉลุย ขึ้นแท่นสาวฮอตแห่งปีไปเรียบร้อย

 ชมพู่ อารยา

ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 พิธีกรสาวที่แซบที่สุดในประเทศไทย กับบทบาทการเป็นพิธีกรในรายการ 3 แซบ ทำเอาความน่ารักของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ครองใจใครหลายคนไปเรียบร้อย แถมยังมีบทบาทสุดโก๊ะ ที่มาพร้อมแฟชั่นหลุดโลกในละคร อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ มาช่วยตอกย้ำความแรงของเธออีกต่างหาก นอกจากนี้ ชมพู่ อารยา ยังได้ร่วมเดินพรมแดงในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของ ลอรีอัล ปารีส ทำให้เธอเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในระดับอินเตอร์อีกด้วย สมตำแหน่งสาวฮอตแห่งปีจริง ๆ

 ญาญ่าหญิง

เป็นนักแสดงสาวที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก กับการนำความเป็นไทย ทั้งชุดผ้าไหมประยุกต์และวัฒนธรรมการไหว้ ไปเจิดจรัสในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ สำหรับสาว ญาญ่าหญิง รฐา โพธิ์งาม ที่มีผลงานภาพยนตร์ระดับอินเตอร์เรื่อง Only God Forgives ประกบนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ไรอัน กอสลิ่ง และยังมีผลงานภาพยนตร์ไทยให้ได้ติดตามอีก 4 เรื่อง ทั้ง จันดารา ปัจฉิมบท, นางฟ้า, จิตสัมผัส 3D และ ต้มยำกุ้ง 2 ส่วนงานละครก็ไม่น้อยหน้า มีทั้งเรื่อง ดาวเกี้ยวเดือน, ภาพอาถรรพ์ และ คาราบาว เดอะซีรีส์ ตอน เมดอินไทยแลนด์ เรียกได้ว่าปี 2556 เป็นปีทองของเธอคนนี้จริง ๆ

 เบลล่า ราณี

ขึ้นแท่นเป็นนางเอกหน้าใหม่ของช่อง 3 ได้อย่างงดงาม สำหรับสาว เบลล่า ราณี นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดมากับบทนางร้าย โดยในปี 2556 เบลล่า เริ่มต้นอย่างสวยงามกับบท ตันหยง ในละคร พรพรหมอลเวง ประกบคู่กับพระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ ก่อนจะกวาดความนิยมไปได้อย่างถล่มทลาย เมื่อกลายมาเป็นคู่จิ้นกับพระเอกหน้าใหม่ เจมส์ จิรายุ ในละครซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ กับบท กรองแก้ว นางสาวศรีสยาม ทำให้เส้นทางในวงการบันเทิงของสาวเบลล่า ดูสดใส ไฉไลสุด ๆ มีงานละครจ่อคิวให้ได้ติดตามกันอีกเพียบ

 ญาญ่า อุรัสยา

พลิกบทบาทมารับบทสาวชาวบ้านมาดแก่นเซี้ยวในละคร ดาวเรือง และรับบทนักข่าวสาววัยใสในละครชุด 3 ทหารเสือสาว ก็ทำให้ความน่ารัก สดใสของนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา ครองใจใครหลายคน ส่วนกระแสกับคู่จิ้นหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็มีผลงานทั้งอีเว้นท์ ถ่ายแบบ โฆษณา รวมถึงงานบุญให้แฟนคลับได้ติดตามและฟินกันทั้งปีอีกต่างหาก เรียกได้ว่างานนี้สาว ญาญ่า อุรัสยา ก็ยังคงรักษาตำแหน่งสาวฮอตแห่งปีเอาไว้ได้เช่นเคย

 เนย โชติกา

เป็นนางร้ายหน้าเป๊ะที่มีดีกรีความสวย เริ่ด แซบ ไม่น้อยหน้านางเอกเลยทีเดียว สำหรับสาว เนย โชติกา วงศ์วิลาศ ที่ในปีนี้มีผลงานละครให้ได้ติดตามกันหลายเรื่อง ทั้ง แม่เปียดื้อ, ไอ้คุณผี ซิตคอมออฟฟิศพิชิตใจ และที่ติดตาตรึงใจใครหลายคน ก็คือบทบาท หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม นางร้ายสุดแสบในซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ นั่นเอง และแม้ว่าช่วงครึ่งปีหลังเราจะไม่ได้เห็นผลงานละครของสาวคนนี้มากนัก แต่สาวเนยก็ซุ่มถ่ายละครให้ได้ติดตามกันในปี 2557 ถึง 4 เรื่องด้วยกัน แฟน ๆ รอติดตามกันได้เลยจ้า

 มิน พีชญา

ข้ามฟากมาที่นางเอกวิกหมอชิต มิน พีชญา ที่หลังจากสร้างความประทับใจให้ผู้ชมในละคร หยกเลือดมังกร กับพระเอกหนุ่มคู่จิ้น พอร์ช ศรัณย์ แล้ว สาวมิน ก็มีผลงานละครให้เราติดตามอย่างต่อเนื่อง ในละคร ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ประกบคู่หนุ่ม เป้ อารักษ์ ซึ่งความน่ารักและเคมีที่เข้ากั๊น… เข้ากันของทั้งคู่ ก็ทำให้เกิดกระแสจิ้นนอกจอให้แฟน ๆ ได้ตามลุ้นออกมาเป็นระลอก นอกจากนี้ สาวมิน ยังเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์ที่มีผลงานโฆษณาออกมาเพียบอีกด้วย สมกับที่ได้รับตำแหน่งสาวฮอตแห่งปีจริง ๆ

 ใหม่ ดาวิกา

พูดถึงสาวฮอตแห่งปีแล้ว จะขาดเธอคนนี้ไปไม่ได้จริง ๆ สำหรับสาว ใหม่ ดาวิกา นางเอกพันล้านจากภาพยนตร์ พี่มากพระโขนง ที่แม้จะมีข่าวเรื่องฟ้องร้องกับอดีตต้นสังกัด เอ ศุภชัย ออกมา แต่ก็ไม่ทำให้ความแรงของสาวคนนี้ตกลงแม้แต่น้อย สาวใหม่ ดาวิกา ยังคงมีผลงานออกมาให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งอีเว้นท์ โฆษณา และถ่ายแบบ ส่วนงานละคร ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง คู่กับหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ ก็ติดอันดับเป็นหนึ่งในละครฮิตแห่งปี 2556 ด้วย

 มาร์กี้ ราศรี

ยังคงไม่หลุดโผสาวฮอตแห่งปี สำหรับนางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ที่ในปีนี้ นอกจากจะติดอันดับ 1 ใน 10 สาวน่ากอดแห่งปีแล้ว ผลงานละครของสาวมาร์กี้เรื่อง นางร้ายสายลับ ก็ทำเอาคนดูติดงอมแงมไปทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งงานนี้สาวมาร์กี้ ได้พลิกบทบาทมาเป็นนางร้ายสุดแซบ ได้ใจผู้ชมสุด ๆ ส่วนละครซีรีส์ชุด 3 ทหารเสือสาว ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รักษาตำแหน่งสาวฮอตแห่งปีเอาไว้ได้อย่างงดงาม

 มิว นิษฐา

เป็นหนึ่งในนางเอกสาวที่แจ้งเกิดจากซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ สำหรับสาว มิว นิษฐา ซึ่งนอกจากความสวย ใสของเธอ จะทำให้สาวคนนี้กลายเป็นนางเอกขวัญใจหลาย ๆ คนแล้ว สาวมิว ยังขึ้นแท่นเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่กับพระเอกหนุ่ม โป๊ป ธนวรรธ์ อีกด้วย โดยความแรงของสาว มิว นิษฐา สามารถการันตีได้จากรางวัลนักแสดงดาวรุ่งหญิง จากการประกาศรางวัล สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013, OK อวอร์ดส์ 2013 และ TV3 Fanclub Award อีกด้วย ฮอตจริงอะไรจริง !

 เจนี่ อัศวเหม

มาดามสาวมาดแบ๊วขวัญใจนักการเมืองดัง เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ก็ยังคงไม่หลุดโผสาวฮอตแห่งปี จากกระแสความนิยมของเธอที่ยังไม่ตกจากละครเรื่อง แรงเงา เมื่อปี 2555 ก่อนจะมาพบกับแฟน ๆ ในบทบาทน่ารัก ๆ ในละคร ดาวเกี้ยวเดือน คู่กับหนุ่ม อั้ม อธิชาติ ส่วนความแรงในเรื่องกระแสข่าวของเธอคนนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะขึ้นแท่นเป็นคู่รักสะท้านวงการไปเรียบร้อย และถึงแม้ว่าสาวเจนี่จะมีครอบครัวไปแล้ว แต่งานละครของเธอก็ยังคงจะมีให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องห่วงกันนะจ๊ะ

 คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ

ขึ้นแท่นเป็นสาวโสดสุดฮอตไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับสาว คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ หลังเลิกรากับแฟนหนุ่มผู้จัด เจ็ท ณัฐพงศ์ ไปเมื่อช่วงปลายปี 2556 ทำให้เธอถูกจับตาเป็นอย่างมากในเรื่องรักกุ๊กกิ๊กกับพระเอกคู่จิ้น หมาก ปริญ ส่วนเรื่องผลงานละครของสาวคนนี้ในช่วงปีที่ผ่านมา ก็มีให้ได้ติดตามถึง 2 เรื่อง 2 รส ทั้ง แรงปรารถนา และต้นรักริมรั้ว ซึ่งแต่ละเรื่องก็ขึ้นแท่นละครฮิตที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมอย่างล้นหลาม จนทำให้สาวคิมเบอร์ลี่ ยังคงรักษาตำแหน่งนางเอกสุดฮอตแห่งปีไว้ได้อย่างงดงาม

 พลอย เฌอมาลย์

จัดเต็มความแรงตั้งแต่ต้นปี กับบทร้ายสุดขั้วของ คุณรำพึง ในละครเรื่อง บ่วงบาป ทำเอาสาว พลอย เฌอมาลย์ มีผลงานให้ได้ติดตามกันมากมาย ทั้งอีเว้นท์ โฆษณา และถ่ายแบบ ก่อนจะตอกย้ำความแรงส่งท้ายปี ด้วยบทเจ๊ดันสุดแซบในละคร มาดามดัน ทำให้สาวคนนี้ ขึ้นแท่นสาวฮอตแห่งปีได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง นอกจากนี้ สถานะปัจจุบันของสาวพลอยที่เรียกได้ว่าโสดสนิท ก็ส่งผลให้เธอคนนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีความเนื้อหอมขึ้นอีกเพียบเลยล่ะ

 ปันปัน สุทัตตา

นางเอกสาวจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม มีแฟนคลับติดตามคอยเชียร์เพียบ แถมยังมีงานภาพยนตร์ last summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย ออกมาตอกย้ำความแรงอีกต่างหาก นอกจากนี้ สาวปันปัน ยังได้รับรางวัลพิฆเนศวร สาขานักแสดงหน้าใหม่ดีเด่น เป็นการการันตีความสามารถของเธออีกด้วย แม้ว่าจะมีอันต้องสะดุดจากข่าวฉาวเรื่องภาพหลุด แต่ความนิยมของสาวคนนี้ ก็ยังแรงดี ไม่มีตก เพราะการออกมายอมรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจของเธอกับคุณพ่อนั่นเอง

 แตงโม ภัทรธิดา

นางเอกสาวสุดแซบที่ทำเอาฮือฮากันทั้งวงการ กับการเปิดตัวคบหาดูใจกับหนุ่มเดอะสตาร์ โตโน่ ภาคิน และเข้าพิธีหมั้นหมายกันในเวลาอันรวดเร็ว ทำเอาข่าวคราวของสาวคนนี้ กลายเป็นกระแสฮิตให้ติดตามกันแทบตลอดทั้งปี 2556 เลยทีเดียว ส่วนเรื่องผลงานของเธอก็มาแรงไม่แพ้กัน ทั้งบท เหม่ยอิง นางร้ายสุดแสบในละคร วันนี้ที่รอคอย และบทตำรวจสาวคนสวย ร.ต.อ.หญิง ณัฐชา นางเอกในละคร นักสู้มหากาฬ แถมยังมีผลงานละครเทิดพระเกียรติเรื่อง สายใย ออกมาให้ได้ติดตามกันส่งท้ายปีอีกด้วย

 เก้า สุภัสสรา

เป็นอีกหนึ่งสาวที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น สำหรับ เก้า ธนชาต หรือที่รู้จักกันในชื่อ สไปรท์ ฮอร์โมน กับบทบาทสุดแซบที่ทำให้สาวคนนี้แจ้งเกิดได้เจิดสุด ๆ ประกอบกับหน้าตาที่สวยเป๊ะ และภาพลักษณ์ที่ดูเซ็กซี่ของเธอ รวมถึงกระแสคู่จิ้นกับหนุ่ม ต่อ ธนภพ ก็ยิ่งทำให้สาวเก้า สุภัสสรา ขึ้นแท่นสาวฮอตแห่งปี ครองใจใครหลายคนไปแล้วเรียบร้อย

 วิว วรรณรท

นางเอกสาวสุดแซบของค่ายเอ็กแซ็กท์ ที่ในปีนี้ต้องรับบทท้าทายความสามารถ กับการเป็นฝาแฝดต่างบุคลิกในละคร สุดสายป่าน แถมยังมีงานละคร คู่กรรม และงานภาพยนตร์ จันดารา (ปัจฉิมบท) กับผลงานมิวสิควิดีโออีกด้วย ส่วนเรื่องข่าวคราวของสาว วิว วรรณรท ก็มีออกมาให้ติดตามกันเป็นระยะ ๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่ถูกจับตามองเรื่องความรักมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว ไม่บอกว่าฮอตคงไม่ได้แล้วล่ะ อิอิ

 เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

อีกหนึ่งนางร้ายจอมขโมยซีนที่ตีบทแตก แซบเว่อร์ จนได้ใจคนดูไม่แพ้นางเอกคนไหน ๆ สำหรับสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ทั้งการประเดิมเล่นร้ายครั้งแรกกับบท ม.ล.วิไลรัมภา เทวพรหม ในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ และต่อด้วยบทนางร้ายน่ารัก ๆ ในละคร มาดามดัน นอกจากนี้ยังมีบทเพื่อนนางเอกในละคร แผนร้ายพ่ายรัก อีกด้วย ในขณะที่แฟน ๆ หลายคนก็ตามลุ้น ตามเชียร์ อยากให้สาวคนนี้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกเต็มตัวกับเขาสักที ซึ่งในปี 2557 ก็แว่วมาว่าสาวเอสเธอร์ จะได้รับบทนางเอกร่วมในละคร ครีบนี้หัวใจมีเธอ ด้วยล่ะ

 วาววา ณิชารีย์

แจ้งเกิดเป็นนางเอกเต็มตัวในซีรีส์ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ซีซั่น 2 สำหรับสาว วาววา ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด ได้ใจแฟน ๆ เป็นแพ็กคู่กับหนุ่ม ท็อป จรณ คู่จิ้นในเรื่อง ก่อนจะมีผลงานละครออกมาอย่างต่อเนื่องกับบทซุป’ตาร์สาวในละคร รักสุดฤทธิ์ ซึ่งแม้เรื่องนี้สาววาววาจะไม่ได้คู่กับพระเอก แต่แฟน ๆ ก็ยังจิ้นและฟินไปกับความน่ารักของสาวคนนี้กับหนุ่ม บีม กวี พระรองในเรื่อง จนจัดได้ว่าเธอคนนี้เป็นนางเอกเคมีสาธารณะได้เลยล่ะ

 แต้ว ณฐพร

ปิดท้ายกันด้วยสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ เจ้าของบท สร้อยฟ้า ในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ ซึ่งเรื่องฝีมือการแสดงของเธอคนนี้เรียกได้ว่าตีบทแตก สอบผ่านอย่างสบาย ๆ แม้ต้องพูดภาษาอีสานไฟแลบ พร้อมเป็นเจ๊ดันพาพระเอกหนุ่ม บอม ธนิน แจ้งเกิดเป็นซุป’ตาร์หน้าใหม่ ด้วยความน่ารักและเคมีที่ลงตัวของทั้งคู่ แต่แอบน่าเสียดายนิด ๆ ที่ละคร เวียงร้อยดาว ผลงานอีกเรื่องของสาวแต้วยังไม่ทันฉายในปีนี้ ไม่อย่างนั้นเราคงได้เห็นละครของเธอกันอีกเรื่อง

ประวัติสโมสรเชลซี

images38[1]


ประวัติสโมสรเชลซีเชลซี ฟุตบอล คลับ ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1905 ด้วยความคิดของ เอช.เอ เมียร์ส และน้องชายของเขา เจ.ที เมียร์ส โดยเลือกใช้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นสนามเหย้านับแต่เริ่มแรก แต่สโมสรต้องไปเริ่มต้นในดิวิชั่น 2 และมีการแข่งขันแมตช์แรกด้วยการบุกไปเยือน สต๊อร์คปอร์ท คันทรี เมื่อวันที่ 2 กันยายน 1905 ภายใต้การคุมทีมของ จอห์น แทต โรเบิร์ตสัน ที่รับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีม เพียงไม่นานนักสโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย จนมาได้แชมป์ลีก อันเป็นโทรฟี่แรกของทีมเมื่อฤดูกาล 1954-55 ด้วยฝีมือของ เท็ด ดร๊าค กุนซือประวัติศาสตร์ให้หลังจากการคว้าแชมป์เพียงปีเดียว “สิงโตน้ำเงินคราม” กลับจบด้วยอันดับ 16 ของตาราง และผลงานก็ยังคงไม่ดีเรื่อยๆ แม้ช่วงนี้จะมี จิมมี่ กรีฟส์ นักเตะที่สโมสรปั้นขึ้นมาเป็นหน้าเป็นตาก็ตาม โดยเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตัวจบสกอร์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่อังกฤษเคยมีมาอีกด้วย ก่อนถูกปล่อยไปให้กับ เอซี มิลาน ในอิตาลี เมื่อปี 1961ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเมื่อปี 1962 ยุคนั้นมีผู้เล่นที่รู้จักกันดีอย่าง ปีเตอร์ โบเน็ตติ, รอน แฮร์ริส, แบร์รี่ บริดจ์, บ็อบบี้ แทมบลิ้ง และ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ โดยในปี 1965 สโมสรผ่านเข้าไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศรายการ ลีก คัพ และเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-2 จากการลงเล่น 2 นัด ทำให้ทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งแรก จากนั้นเพียงไม่นาน ด้วยความสัมพันธ์กับบอร์ดของทีมที่ไม่ดีนัก ทำให้ ด็อคเคอร์ตี้ ถูกแทนที่โดย เดฟ เซ็กซ์ตัน ที่เข้ามาช่วยพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อปี 1970 ด้วยผลงานการมีชัยเหนือ ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ก็ต้องเล่นกันถึง 2 นัดด้วยกันจากผลงานที่ทำได้ส่งผลให้สโมสรได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในถ้วยสโมสรยุโรปรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ ลูกทีมของ เซ็กซ์ตัน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยมีศึกหนักคือ รีล มาดริด ยอดทีมอันเกรียงไกรของยุโรป แต่ด้วยฟอร์มอันสุดยอดของ อลัน ฮัดสัน และ ชาร์ลี คุ้ก ทำให้ทีมสิงห์บลูส์คว้าแชมป์สโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ4 ปีหลังจากคว้าแชมป์ยุโรป เชลซี กลับต้องตกชั้นไปสู่ดิวิชั่น 2 อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังมีหนีสิ้นอีกกว่า 3 ล้านปอนด์ ทำให้ เอ็ดดี้ แม็คเครียดี้ จำต้องส่งผู้เล่นท้องถิ่น บวกกับนักเตะตัวเก๋าบางรายลงสนาม และเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น พวกเขาก็กลับไปสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ โดยมี เรย์ วิลกิ้นส์ กัปตันทีมวัย 18 ปีเป็นฮีโร่ที่สำคัญ แต่จากการที่ แม็คเครียดี้ ตัดสินใจแยกทางกับสโมสร และไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ ทำให้สโมสรกลับต้องตกไปยังดิวิชั่น 2 อีกครั้งในไม่นาน ขณะที่ วิลกิ้ลส์ ถูกขายไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินช่วงเวลา 1977-1981 สิงโตน้ำเงินคราม มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึง 3 คนด้วยกัน แต่ เคน เชลลิตโต้, แดนนี่ บลันซ์ ฟลาเวอร์ และ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ กลับไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย จนมาถึงการที่ เคน เบ็ตส์ นักธุรกิจหนุ่มเข้ามาเทกโอเวอร์สโมสร เขาได้นำตัว จอห์น เนล เข้ามารับหน้าที่คุมทีม แต่ เชลซี เกือบที่จะต้องตกลงไปอยู่ในดิวิชั่น 3 ดีที่ว่าสามารถเปิดบ้านเสมอกับ โบลตัน อย่างหวุดหวิดในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้อยู่รอดต่อไปในดิวิชั่น 2 ได้อย่างฉิวเฉียดที่สุดในซัมเมอร์ปี 1983 สโมสรตัดสินใจคว้าตัว 6 ผู้เล่นใหม่เข้ามา นั่นก็รวมถึง แพท เนวิน, เคอร์รี่ ดิ๊กซัน และ เดวิด สปีดี้ ที่ต่างเป็นขวัญใจของแฟนบอลในเวลาต่อมา โดยทั้งหมดก็ช่วยให้สโมสรกลับไปเล่นในดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้ง แต่จากนั้นไม่นานสปิริตของทีมกลับเริ่มจะหายไป เมื่อสโมสรคว้าตัว สตีฟ คล้าร์ก, โทนี่ โดริโก้, มิคกี้ ฮาซาร์ด และ กอร์ดอน ดูรี่ พร้อมกับปล่อยผู้เล่นคนสำคัญออกไป นั่นทำให้ 4 ปีหลังจากที่เลื่อนกลับมาอยู่ในดิวิชั่น 1 ทีมต้องตกชั้นไปอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เพียงปีเดียว เชลซี สามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ พร้อมกับทำได้ถึง 99 คะแนน และไม่พ่ายแพ้ใครในลีกเลยหลังจากเปลี่ยนกุนซือมาหลายคน ในที่สุดปี 1993 เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ได้ถูกแต่งตั้งให้เข้ามารั้งบังเหียนบ้าง ปรากฎว่าทีมทำผลงานดีขึ้นทันตาเห็น และฤดูกาลนั้นก็สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ได้เลยในทันที แต่สุดท้ายก็ไปพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 ขณะที่ผลงานในถ้วยคัพ วินเนอร์ส คัพ ฤดูกาลถัดมาก็ไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ด้วยผลงานที่ดีขึ้นทำให้สโมสรเริ่มดึงดูดผู้เล่นฝีเท้าดีมีชื่อเสียงเข้ามายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างมากมาย เริ่มต้นด้วย รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์, มาร์ค ฮิวจ์ส หัวหอกทีมชาติเวสต์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แดน เปเตรสคู วิ่งแบ็กทีมชาติโรมาเนียอย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ ฮ็อดเดิ้ล ลาออกเพื่อไปรับงานคุมทีมชาติอังกฤษ กลายเป็น กุลลิท ที่ถูกดันขึ้นมาคุมทีมแทนในช่วงซัมเมอร์ปี 1996 โดยเขาเริ่มต้นงานอย่างฮือฮาด้วยการไปดึงตัว จานลูก้า วิอัลลี่ มาร่วมทีม ตามมาด้วย โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, ฟร้องค์ เลอเบิฟ และ จานฟรังโก้ โซล่า โดยกลุ่มซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ก็ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จในปี 1997 เมื่อเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ ไปได้ 2-0 จากประตูแรกที่ มัตเตโอ ทำได้ด้วยเวลาเพียง 43 วินาที อันได้รับการจารึกว่าเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ด้วยเรื่องน่าเศร้ามาเกิดขึ้น เมื่อ แม็ทธิว ฮาร์ดิ้ง แฟนบอลตัวยง และเศรษฐีหนุ่มผู้เป็นรองประธานสโมสร ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันด้วยอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก จากนั้นด้วยการมีกฎบอสแมนเข้ามา ทำให้ กุลลิท คว้าตัวนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมอีกหลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กุสตาโว โปเยต์, ทอเร่ อังเดร โฟล, เซเลสติน บาบายาโร่, แกรม เลอ โซ และ เอ็ด เดอ ฮุยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ วิอัลลี่ เข้ามารับงานแทน กุลลิท ที่ไม่สามารถตกลงสัญญาใหม่กันได้ในช่วงต้นปี 1998 แต่เพียงช่วงเวลา 3 เดือน “ลูก้า” พาทีมคว้าได้ถึง 2 แชมป์ เมื่อเอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 ในศึกโคคา โคลา คัพ นัดชิงชนะเลิศ จากนั้นที่สตอคโฮล์ม แฟนบอลก็ได้เห็น โซล่า ลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรอง และทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะ สตุ๊ตการ์ท ไปได้ 1-0 พร้อมกับคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ เป็นครั้งที่ 2 ของสโมสร ปี 2000 สิงโตน้ำเงินคราม ตัดสินใจคว้าตัว จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในขณะนั้นเทียบเท่ากับ อลัน เชียเรอร์ ที่จำนวน 15 ล้านปอนด์ โดยหัวหอกชาวดัตช์ก็ทำประตูแรกได้เลยทันทีในเกมนัดแรกที่ลงสนาม พร้อมกับช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์แชริตี้ ชิลด์ มาครอง จากนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ถูกเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่แทน วิอัลลี่ ไม่นานนักกุนซือชาวอิตาเลียนตัดสินใจโละ ไวส์, โปเยต์ และ เลอเบิฟ ออกไป และใช้เงินถึง 42 ล้านปอนด์ในการคว้าตัว วิลเลี่ยม กัลลาส, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, เอมมานูเอล เปอตีต์, ซลาวิซ่า โยคาโนวิช, เยสเปอร์ กรุนชาร์ และ เบาเดอไวน์ เซนเด้นจากการที่ผลงานของทีมยังไม่ดีนัก แถมยังมีหนี้สินอีกก้อนหนึ่ง ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ตัดสินใจเข้ามาซื้อ เชลซี เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2003 นั่นทำให้สโมสรมีเงินจับจ่ายใช้สอยซื้อนักเตะอย่างไม่อั้น ผู้เล่นหลายรายต่างถูกดึงตัวมายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ว่าจะเป็น เกล็น จอห์นสัน, เวย์น บริดจ์, โจ โคล, เฌเรมี่, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์, อาเดรียน มูตู, เฮอร์นัน เครสโป และ โคล้ด มาเกเลเล่ โดยทั้งหมดต่างมีค่าตัวรวมกันเกินกว่า 100 ล้านปอนด์เลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม ด้วยเม็ดเงินที่จ่ายไปขนาดนั้น แต่ผลงานที่ออกมากลับไม่เป็นที่น่าพอใจของเจ้าของสโมสร ทำให้ รานิเอรี่ ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง พร้อมกับที่สโมสรไปดึงเอา โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือหนุ่มไฟแรงที่ทำผลงานเยี่ยมกับ เอฟซี ปอร์โต้ ทันทีที่รับตำแหน่ง ยอดโค้ชชาวโปรตุเกสได้คว้าตัว เปาโล แฟร์เรร่า, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ติอาโก้, ปีเตอร์ เช็ก, อาร์เยน ร็อบเบน, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา และ มาเตย่า เคซมัน โดยเพียงปีแรกเขาก็พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้เลยทันที ทั้งแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ และแชมป์พรีเมียร์ชิพ อันเป็นแชมป์ลีกครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ถือเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อสร้างสโมสรได้อย่างเพอร์เฟกต์ที่สุด

 

“ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู : เปลี่ยนห้องสอนเป็นห้องเรียนรู้แก่เด็ก” PLC (Professional Learning Community)

1476198_639457839431083_1939824300_n

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู : เปลี่ยนห้องสอนเป็นห้องเรียนรู้แก่เด็ก” หรือ  PLC (Professional Learning Community)  ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช ให้คำอธิบายไว้ว่า เป็นการรวมตัวกันของครูในโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการจัดการเรียนรู้ให้ศิษย์ได้ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยที่ผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และผู้บริหารการศึกษาระดับประเทศ เข้าร่วมจัดระบบสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่อง มีการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ของศิษย์อย่างต่อเนื่อง เป็นวงจรไม่รู้จบ

เพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก “การสอนของครู” มาเป็นเน้น “การเรียนรู้ของนักเรียน”  เปลี่ยนจากการเรียนของปัจเจกบุคคล มาเป็นการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม (Team Learning)  เปลี่ยนจากการเรียนแบบแข่งขันมาเป็นเน้นความร่วมมือช่วยเหลือแบ่งปันกัน และเปลี่ยนจากแค่ได้เรียน  “ความรู้มากๆ”  มาเป็นการฝึก “ทักษะ” ทั้งทักษะการคิดการเรียนรู้ สร้างความรู้ด้วยตัวเอง ทักษะชีวิตและการทำงาน และทักษะการใช้ ICT อย่างชาญฉลาด

     การเปลี่ยนแปลงแบบนี้  “ครู” จึงต้องเปลี่ยนจากการสอนบอกความรู้ มาเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก สร้างความสนุกในการเรียน เน้นออกแบบโครงงาน หรือ สภาพการทำงานเสมือนจริง ให้เด็กแบ่งกลุ่มกันลงมือทำเพื่อเรียนรู้จากการปฏิบัติ  ครูชวนศิษย์ร่วมกันทบทวนสิ่งที่ทำว่าได้เรียนรู้อะไร หรือฝึกทักษะอะไร เชื่อมโยงสิ่งที่รู้ด้วยการทำกับทฤษฎีที่มีคนสร้างไว้ เข้าถึงซึ่งความรู้จริงมิใช่แค่ท่องจำตำรา

     อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอน เปลี่ยนห้องสอน เป็นห้องเรียนรู้ของเด็ก  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ครูจะเปลี่ยนแปลงบทบาท  PLC จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ชวนครูมารวมตัวกันเป็นชุมชน เป็นเครือข่าย แล้วลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงห้องสอน ปฏิรูปการศึกษาจากห้องเรียนที่เล็กที่สุด แต่ก็ถือเป็นจุดสำคัญที่สุดที่อยู่ติดกับนักเรียน สร้างการเปลี่ยนแปลงให้การเรียนรู้ของเด็กได้ทันที   โดยครูต้องเป็นผู้ลงมือกระทำเอง และเรียนรู้ร่วมกัน เช่นเดียวกับการฝึกฝนสร้างทักษะของเด็กด้วยการลงมือฝึกเอง

     เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 17 จึงหยิบยกโครงการ PLC ครูสอนดี หรือครูดี 15 จังหวัดนำร่อง จากความร่วมมือของ สสค. และมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) มานำเสนอกรณีศึกษาชุมชนการเรียนรู้ครูสอนดี จ.กาญจนบุรี และลำปาง ที่น่าสนใจในการพลิกโฉมบทบาทจากครูผู้สอนเป็นครูผู้สร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้แก่ศิษย์

 

การศึกษาในศตวรรษที่ 21คือ 3R x 7C

14495_606130886097112_1881028341_n

บทความเรื่องทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ที่เขียนโดย ศ. น.พ.วิจารณ์  พานิชได้กล่าวว่า การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่คนทุกคนต้องเรียนรู้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย  และตลอดชีวิต คือ 3R x 7C

3R  ได้แก่ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้)  และ (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)

7C ได้แก่ Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)

Creativity & innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม)

Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)

Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ)

Communications, information & media literacy (ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)

Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)

Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)

ดังนั้นทักษะของคนต้องเตรียมคนออกไปเป็น knowledge worker โดยครูเพื่อศิษย์นั้นจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยสิ้นเชิงเพื่อให้เป็น  “ครูเพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21” ไม่ใช่ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 20 หรือศตวรรษที่ 19 ที่เตรียมคนออกไปทำงานในสายพานการผลิตในยุคอุตสาหกรรม  การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องเตรียมคนออกไปเป็นคนทำงานที่ใช้ความรู้ (knowledge worker) และเป็นบุคคลพร้อมเรียนรู้ (learning person) ไม่ว่าจะประกอบ สัมมาชีพใด มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นบุคคลพร้อมเรียนรู้ และเป็น คนทำงานที่ใช้ความรู้  แม้จะเป็นชาวนาหรือเกษตรกรก็ต้องเป็นคนที่พร้อมเรียนรู้ และเป็นคนทำงานที่ใช้ความรู้ ดังนั้น ทักษะสำคัญที่สุดของศตวรรษ  ที่ 21 จึงเป็นทักษะของการเรียนรู้ (learning skills)

ครูเพื่อศิษย์เองต้องเรียนรู้ 3R x 7C  และต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต  แม้เกษียณอายุจากการเป็นครูประจำการไปแล้ว เพราะเป็นการเรียนรู้เพื่อชีวิตของตนเอง  ระหว่างเป็นครูประจำการก็เรียนรู้สำหรับเป็นครูเพื่อศิษย์  และเพื่อการดำรงชีวิตของตนเอง โดยย้ำว่าครูต้องเลิกเป็น “ผู้สอน” ผันตัวเองมาเป็นโค้ช หรือ facilitator ของการเรียนของศิษย์   ที่ส่วนใหญ่เรียนแบบ PBL  คือโรงเรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเลิกเน้นสอน หันมาเน้นเรียน  เน้นทั้งการเรียนของศิษย์ และของครู

บทบาทของครูในศตวรรษที่ 21 

การศึกษาที่ดีสำหรับคนยุคใหม่นั้น ไม่เหมือนการศึกษาเมื่อสิบหรือยี่สิบปีที่แล้ว การศึกษาที่มีคุณภาพจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ของศิษย์ไปอย่างสิ้นเชิง   และบทบาทของครูอาจารย์ก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  ครูที่รักศิษย์  เอาใจใส่ศิษย์  แต่ยังใช้วิธีสอนแบบเดิม  ๆ  จะไม่ใช่ครูที่ทำประโยชน์แก่ศิษย์อย่างแท้จริง กล่าวคือ ครูที่มีใจแก่ศิษย์ยังไม่พอ ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนจุดสนใจหรือจุดเน้นจากการสอน ไปเป็นเน้นที่การเรียน (ทั้งของศิษย์ และของตนเอง) ต้องเรียนรู้และปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ที่ตนจัดให้แก่ศิษย์ด้วย ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเองจาก “ครูสอน” (teacher) ไปเป็น “ครูฝึก” (coach)หรือ “ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้” (learning facilitator) และต้องเรียนรู้ทักษะในการท าหน้าที่นี้ โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องที่เรียกว่า PLC (Professional Learning community)(วิจารณ์ พานิช, 2555, คำนำ)

ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องยึดหลักสอนน้อย เรียนมาก การเรียนรู้ในศตวรรษที่21 ต้องก้าวข้าสาระวิชา

ไปสู่การเรียนรู้ “ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑” ( 21st Century Skills) ที่ครูสอนไม่ได้ นักเรียนต้องเรียนเอง หรือพูดใหม่ว่าครูต้องไม่สอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้ และอำนวยความสะดวก (facilitate) ในการเรียนรู้ ให้นักเรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ แล้วการเรียนรู้ก็จะเกิดจากภายในใจและสมองของตนเอง การเรียนรู้แบบนี้เรียกว่า PBL (Project-Based Learning)

ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้แก่

สาระวิชาหลัก

• ภาษาแม่ และภาษาโลก

• ศิลปะ• วิทยาศาสตร์

• ภูมิศาสตร์

• ประวัติศาสตร์

• คณิตศาสตร์

• เศรษฐศาสตร์

• รัฐ และความเป็นพลเมืองดี

 หัวข้อสำหรับศตวรรษที่ 21

• ความรู้เกี่ยวกับโลก

• ความรู้ด้านการเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ

• ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองดี

• ความรู้ด้านสุขภาพ

• ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม

• ความริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรม

• การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา

• การสื่อสารและการร่วมมือ

 ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี

• ความรู้ด้านสารสนเทศ

• ความรู้เกี่ยวกับสื่อ

• ความรู้ด้านเทคโนโลยี

ทักษะชีวิตและอาชีพ

• ความยืดหยุ่นและปรับตัว

• การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง

• ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม

• การเป็นผู้สร้างหรือผลิต (productivity) และความรับผิดรับชอบเชื่อถือได้ accountability)

• ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (responsibility)

นอกจากนั้นโรงเรียนและครูต้องจัดระบบสนับสนุนการเรียนรู้ต่อไปนี้

• มาตรฐานและการประเมินในยุคศตวรรษที่ 21

• หลักสูตรและการเรียนการสอนสำหรับศตวรรษที่ 21

• การพัฒนาครูในศตวรรษที่ 21

• สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21

จากบทความดังกล่าวทำให้เรียนรู้ว่าการเรียนการสอนในชั้นเรียนศตวรรษที่ 21 ต้องมีการรับเปลี่ยนอีกมาก แต่ก็เป็นงานที่ท้าทายนะคะ